ความสามารถเว็บไซต์สำเร็จรูป
โปรแกรมสำเร็จรูปของเราเป็น Open Source CMS ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ใช้ทั่วโลก
โปรแกรมสำเร็จรูปของเราเป็นระบบกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ ผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งาน
และปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง
โดยสามารถพัฒนาต่อยอดให้รองรับกับความต้องการเฉพาะด้านได้
จุดเด่นของโปรแกรมสำเร็จรูปของเราอยู่ที่ความง่าย ง่ายในการติดตั้ง ง่ายในการใช้งาน
ง่ายในการเพิ่มเติมขีดความสามารถของระบบ นอกจากนี้ยังมีระบบเสริมให้เลือกใช้มากกว่า 1,000
Extension อีกด้วย ทำให้โปรแกรมสำเร็จรูปของเราเป็น CMS
ที่สามารถรองรับกับทุกความต้องการของผู้ใช้
โปรแกรมสำเร็จรูปของเราเป็นโปรแกรม Open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Content
Management Systems : CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล
มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ
MySQL ทั้งนี้โปรแกรมสำเร็จรูปของเราได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก
ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
โดยระยะเริ่มต้นได้มุ่งเน้นเพื่อใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ของบริษัทและองค์กรต่างๆ รวมไปถึงเว็บ Intranet
ภายในหน่วยงาน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของรูปแบบที่ดูเป็นสากล
รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานของทั้งผู้พัฒนาและผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจาก CMS ทั่วไป
ตรงที่คุณสามารถออกแบบและสร้างหน้าตาของแบบเว็บไซต์ (Template)
ได้ตามต้องการและเนื่องจากการพัฒนาที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องมือเสริมหลายตัวที่ช่วยในการนำไปใช้สร้างเว็บไซต์ได้ หลายประเภทมากขึ้น อาทิ
การสร้างเว็บไซต์เชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce), การสร้างเว็บท่า (Portals),
การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็นสมาคม (Community) และเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ
หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้
หากคุณต้องการที่จะสร้างเว็บไซต์ แต่ไม่เคยรู้ว่าจะทำได้อย่างไร
โปรแกรมสำเร็จรูปของเราสามารถช่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมอย่าง HTML, XML,
DHTML, PHP หรือแม้แต่ MySQL ซึ่งคุณสามารถเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเนื้อหา
โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขโปรแกรม
รวมถึงโปรแกรมสำเร็จรูปของเรายังไม่มีขีดจำกัดในเรื่องของการออกแบบ
ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ของคุณได้สวยงามตามต้องการ
ประสิทธิภาพและความสามารถของโปรแกรมสำเร็จรูปของเรา
ประโยชน์ หลักของโปรแกรมสำเร็จรูปของเรา คือ การทำให้คุณสามารถจัดการกับเนื้อหาหรือข้อความ (Content)
ได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยผู้บริหารเว็บไซต์หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านโปรแกรมเช่น
HTML ในการอัพเดทเว็บไซต์ เพราะโปรแกรมสำเร็จรูปของเรามี Editor ออนไลน์
ไว้เพื่อการจัดรูปแบบข้อความตัวอักษร (Text) และรูปภาพ (Picture)
ยิ่งกว่านั้นคุณไม่จำเป็นที่ต้องอัพโหลดเอกสารด้วยโปรแกรม FTP เพียงแค่คลิกปุ่ม Save หรือ Apply
หน้าเว็บของคุณก็จะออนไลน์เตรียมพร้อมรับผู้เข้าชมที่จะเข้ามาดูในเว็บไซต์ของคุณได้ทันที
คุณสามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูปของเรากับเว็บไซต์ได้หลากหลายประเภท เช่น
เว็บท่า (Portals)
เว็บไซต์เชิงพาณิชย์ (Commercial web sites)
เว็บไซต์ที่ใช้ในองค์กร (Intranet web sites)
เว็บไซต์ที่ไม่แสวงหากำไร (Non-Profit web sites)
เว็บไซต์ส่วนตัว (Personal web sites)
เว็บไซต์ที่สร้างจาก Flash (Integrated flash sites)
นอกจากนี้โปรแกรมสำเร็จรูปของเรายังสามารถใช้งานได้หลายอย่าง เช่น
อัพเดทเว็บไซต์ด้วยข่าว บทความ และรูปภาพ
ง่าย ต่อการสร้างเนื้อหาของคุณด้วยเมนู
อัพโหลด MS Word, MS Excel และ Acrobat PDF เพื่อให้ดูเอกสารได้
จัดการ Banner เช่น โฆษณา
สร้างโพล (แบบสำรวจ)
จัดการเว็บลิงค์
จัดการ FAQ
จัดการระบบสมาชิก
จัดการระบบเว็บบอร์ด
จัดการข่าวที่อยู่ในรูป Flash
จัดการกับ Multi Media Flash, และไฟล์รูปภาพ .jpg, .gif, .bmp และ .png
จัดการกับการป้อนข่าวจากแหล่งข่าวที่มาจากเว็บไซต์
จัดการกับ Contact และ อีเมล์ จากหน้าเว็บไซต์
จัดระดับการเข้าถึงข้อมูล (Access) กับผู้ใช้
จัดการหน้า Archive
จัดการ Components, Modules และ Templates ที่พัฒนาขึ้นมาเพิ่มเติม เช่น E-commerce, Forums, รูปภาพ,
ปฏิทินกำหนดการและ Help Desk เป็นต้น
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Content Management System : CMS)
ระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ หรือ CMS
เป็นโปรแกรมที่มีนักพัฒนาเว็บไซต์จากทั่วโลกนำไปใช้ในการสร้างเว็บไซต์แบบไดนามิก
ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว
โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการเขียนและพัฒนาโปรแกรม
ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ในปัจจุบันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดหน้าตาแบบ (Template) เพิ่มลดเมนู และโมดูลต่างๆ ที่ใช้งานในเว็บไซต์ได้โดยง่าย
ในอดีตการสร้างเว็บไซต์เป็นงานที่ค่อนข้างยาก อย่างน้อยต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ในการเขียนภาษา HTML
ซึ่งเป็นภาษารากฐานสำหรับการสร้างเว็บไซต์ แต่ปัจจุบัน CMS
ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างเว็บไซต์ให้เร็วขึ้น ช่วยให้การทำเว็บไซต์ของคุณดูเป็นมืออาชีพได้แบบง่ายๆ
CMS คืออะไร?
ระบบบริหารจัดการข้อมูลเว็บไซต์ (Content Management System) หรือ CMS
เป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและบริหารจัดการเว็บไซต์
โดยที่ผู้พัฒนาและอัพเดตข้อมูลในระบบไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการพัฒนาเว็บไซต์
หรือมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน CMS เป็นเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปมีระบบบริหารจัดการข้อมูลด้านหลัง
(Administrator) ที่ง่ายต่อการใช้งานและแก้ไขปรับแต่ง ทำให้สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
CMS ส่วนใหญ่มีรูปแบบเป็น Web-Based Application ที่สามารถทำงานผ่าน Web Browser
ได้สะดวกในการใช้งาน สามารถอัพเดตข้อมูลเว็บไซต์ของตนเองได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก
CMS โดยทั่วไป จะแยกส่วนของระบบการทำงาน เนื้อหาข้อมูล และส่วนของหน้าตาเว็บไซต์ออกจากกัน
ทำให้งานในการปรับเปลี่ยนแก้ไขหน้าตาเว็บไซต์ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีระบบบริหารจัดการพื้นฐานเหล่านี้มากับตัวระบบ อาทิ เช่น ระบบจัดการสมาชิก (User Manager),
ระบบจัดการเนื้อหา (Article Manager), ระบบจัดการเทมเพลท (Template Manager) เป็นต้น
นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้ง Extension เสริมเพื่อเพิ่มความสามารถของระบบได้ อาทิ เช่น ระบบจัดการร้านค้า,
ระบบห้องแสดงภาพ, ระบบเว็บบอร์ด, ระบบปฏิทินกิจกรรม เป็นต้น
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทำไมจึงต้องทำ Search Engine Optimization (SEO)
Search Engine เป็นสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง
ทั้งยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนอินเตอร์เน็ตได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับสื่อโฆษณาแบบ Online อย่างป้ายโฆษณา
(Banner) และสื่อ Offline อย่างโทรทัศน์และป้ายโฆษณาทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบในแง่การแสดงผล
และจำนวนของผู้ที่จะได้เห็นป้ายโฆษณาเหล่านั้น Search Engine
กลับมีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัว ดังนี้แล้วหากต้องการที่จะเพิ่มช่องทางการตลาด เพิ่มยอดขาย
เพิ่มอัตราผู้เข้าชมเว็บไซต์ ควรจะต้องทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นติดอันดับอยู่ใน 10 อันดับแรก ของผลการค้นหา
ในทุกครั้งที่มีการค้นหาจากคำค้นหา (keyword) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเว็บไซต์เรา
ดังนั้นการทำ Search Engine Optimizgation (SEO) ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นมาก
สำหรับเว็บไซต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต เพราะผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเหล่านี้จะสามารถเข้าถึง
และรู้จักเว็บไซต์ของเราได้ง่ายมากขึ้น และยังแน่ใจได้ว่า เว็บไซต์ของเราคุ้มค่ากับทุกๆ การลงทุน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ SEO เพราะสามารถติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน
และเราจะได้รับผลตอบแทนที่ดีมากในอนาคต
จุดเด่นในการทำ Search Engine Optimization (SEO)
ประสิทธิภาพสูง : ทำให้มีผู้เข้าเว็บไซต์ของท่านมากขึ้น เพราะผู้ใช้ Search Engine ประมาณ 95%
จะนิยมคลิกเฉพาะเว็บไซต์ที่ปรากฏใน 2 หน้าแรกเท่านั้น
เพิ่มความน่าเชื่อถือ : เนื่องจากผลลัพธ์ของการค้นหา จะปรากฎในตำแหน่งทางซ้ายมือ
หรือเป็นตำแหน่งของผลการค้นหาธรรมชาติ ที่จะได้เปรียบมากกว่า ตำแหน่งผู้สนับสนุนทางด้านขวามือ
ซึ่งเพิ่มความเชื่อถือให้กับลูกค้า ว่าเว็บไซต์ของท่านได้รับความนิยมอย่างสูง ในเว็บ Search Engine นั้น
ตรงกลุ่มเป้าหมาย : การทำ SEO นั้น จะส่งผลให้เว็บไซต์ของท่าน
ได้รับการโฆษณาตรงตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง เพราะการเลือกคำค้นหา (Search Keyword)
จะทำให้เว็บไซต์ของท่าน จะปรากฎเมื่อมีผู้สนใจในสินค้า และบริการประเภทนั้น ซึ่งมีความต้องการที่จะซื้อ
หรือใช้บริการ ณ เวลานั้นด้วย
เพิ่มโอกาส : เมื่อมีคนเห็นเว็บไซต์ของท่านเพิ่มขึ้น
นอกจากเป็นการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของท่านให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง
ยังเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายทางธุรกิจอย่างมหาศาลอีกด้วย
ประหยัด และคุ้มค่า : เมื่อเทียบกับการโฆษณา ประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี , วิทยุ , หนังสือพิมพ์ , นิตยสาร
และการโฆษณาแบนเนอร์ในเว็บไซต์ นั้น วิธี SEO ถือว่าประหยัด และคุ้มค่าที่สุด
เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ในแง่ของธุรกิจ
เว็บไซต์ของท่าน จะปรากฎอยู่ตำแหน่งใดในเว็บไซต์ Search Engine ?
การทำ SEO นั้น จะเน้นให้ผลของคำค้นหา (Search Keyword) ปรากฏอยู่ในส่วนของ ผลการค้นหาธรรมชาติ
(Natural Search Result หรือ Organic Search Result) ซึ่งจะแสดงอยู่ในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บ
Search Engine นั่นเอง ดังรูป
|